ขอให้เป็นตำนานสุดท้าย
“ ตุ้ง ตุ้ง ตุ้ง ลั่นกลองก้องระทึก ชูธงศึกสะบัดวาดประกาศกล้า
ท่านแม่ทัพมือสะอาดไร้ศาสตรา เพียงคาถาเสกเป่าเจ้าจงฟัง
จงเร่งรีบถอยทัพกลับไปเถิด ยังบ้านเกิดเมืองนอนแต่ก่อนหลัง
หยุดยุแยงชักใบให้เรือพัง สร้างความหวังไร้ผลของคนตาย
เสียงตะโกนกู่ดังฝั่งตรงข้าม หยุดเหยียดหยามเลอะเทอะเถอะสหาย
หากยืดยาวพังครืนลื่นน้ำลาย ชาติจะพ่ายหากผู้นำไม่ทำงาน
ตูม!ปืนใหญ่ เช้ง! ดาบกล้ากระชั้นชิด หลายชีวิตล้มสิ้นกลางดินกร้าน
นั่นรอยเลือดกลิ่นสดหยดเต็มลาน คือตำนานนักฆ่าโดยอารมณ์ ”
ใช่ข้าศึกขมขื่นเมืองอื่นไม่ คือศึกในกล้ำกลืนจึงขืนข่ม
ไม่ชนะไม่แพ้มีแต่จม เน่าสะสมศพมากบนซากเมือง
ปิด...หนังสือประวัติศาสตร์ เพราะโดนบาดเจ็บเหลือด้วยเนื้อเรื่อง
แต่ละแผ่นแต่ละหน้าล้วนสิ้นเปลือง บันทึกเบื้องหมายเหตุประเทศไทย
รวมเลือดเนื้อเชื้อไทยเลือดใครแน่ เลือดไทยแท้มิเปลี่ยนที่เวียนไหล
หรือมีเลือดสัตว์ต่างไว้ข้างใน เราจึงได้ลบค่าคำว่าคน
ขอให้เป็นตำนานดังครั้งสุดท้าย มิขอหมายอ่านแน่แม้อีกหน
ทุกบรรทัดบีบน้ำตาประชาชน ให้ท่วมล้นหลั่งรินแผ่นดินเนา
ผมไม่รู้ต้นสายถึงปลายเหตุ หรืออาเพศเคราะห์ซ้ำใช้กรรมเก่า
กลัวว่าฝันเลือนลางจะบางเบา กลัวที่เราก้าวย่ำ ซ้ำรอยเดิม...
ธนบินทร์ ใจอัตร
ส่งประกวดบทกวีการเมืองพานแว่นฟ้า 2554

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น