วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

ขอให้เป็นตำนานสุดท้าย

            ขอให้เป็นตำนานสุดท้าย

               “ ตุ้ง ตุ้ง ตุ้ง ลั่นกลองก้องระทึก                                        ชูธงศึกสะบัดวาดประกาศกล้า
ท่านแม่ทัพมือสะอาดไร้ศาสตรา                                                      เพียงคาถาเสกเป่าเจ้าจงฟัง
                จงเร่งรีบถอยทัพกลับไปเถิด                                              ยังบ้านเกิดเมืองนอนแต่ก่อนหลัง
หยุดยุแยงชักใบให้เรือพัง                                                                 สร้างความหวังไร้ผลของคนตาย
                เสียงตะโกนกู่ดังฝั่งตรงข้าม                                              หยุดเหยียดหยามเลอะเทอะเถอะสหาย
หากยืดยาวพังครืนลื่นน้ำลาย                                                            ชาติจะพ่ายหากผู้นำไม่ทำงาน
                ตูม!ปืนใหญ่ เช้ง! ดาบกล้ากระชั้นชิด                            หลายชีวิตล้มสิ้นกลางดินกร้าน
นั่นรอยเลือดกลิ่นสดหยดเต็มลาน                                                   คือตำนานนักฆ่าโดยอารมณ์
                ใช่ข้าศึกขมขื่นเมืองอื่นไม่                                                 คือศึกในกล้ำกลืนจึงขืนข่ม
ไม่ชนะไม่แพ้มีแต่จม                                                                          เน่าสะสมศพมากบนซากเมือง
                ปิด...หนังสือประวัติศาสตร์                                               เพราะโดนบาดเจ็บเหลือด้วยเนื้อเรื่อง
แต่ละแผ่นแต่ละหน้าล้วนสิ้นเปลือง                                               บันทึกเบื้องหมายเหตุประเทศไทย
                รวมเลือดเนื้อเชื้อไทยเลือดใครแน่                                   เลือดไทยแท้มิเปลี่ยนที่เวียนไหล
หรือมีเลือดสัตว์ต่างไว้ข้างใน                                                           เราจึงได้ลบค่าคำว่าคน
                ขอให้เป็นตำนานดังครั้งสุดท้าย                                       มิขอหมายอ่านแน่แม้อีกหน
ทุกบรรทัดบีบน้ำตาประชาชน                                                          ให้ท่วมล้นหลั่งรินแผ่นดินเนา
                ผมไม่รู้ต้นสายถึงปลายเหตุ                                                หรืออาเพศเคราะห์ซ้ำใช้กรรมเก่า
กลัวว่าฝันเลือนลางจะบางเบา                                                          กลัวที่เราก้าวย่ำ ซ้ำรอยเดิม...  

                                                                                                                                                       ธนบินทร์  ใจอัตร
                                                                                                                        ส่งประกวดบทกวีการเมืองพานแว่นฟ้า 2554
                                                                             


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น