I.
การเดินทางทำให้เขาพบเจอกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดคิด
การเดินทางทำให้เขาพบกับประสบการณ์ฺใหม่ๆ
การเดินทางทำให้เขาพบกับมิตรภาพใหม่ๆ
และ...การเดินทางทำให้เขาเสียตังค์กับร้านสะดวกซื้อ :)
รัฐ ปัญเจียงเป็นมนุษย์ที่ชีพจรลงเท้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็มีเรื่องให้เดินทางไกลอยู่เรื่อยๆ ขึ้นเหนือล่องใต้ ไปโน่นมานี่ไม่ได้ขาด การเดินทางของเขาอาศัยพาหนะอย่างเดียวก็คือรถยนต์ จะเป็นตู้ เก๋ง กระบะ ก็สุดแท้แล้วแต่โอกาสนั้น
เมื่อเครื่องยนต์ติดก็ออกเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวที่เขาได้มีโอกาสแวะพักผ่อนหย่อนใจเยี่ยมชมบ่อยครั้งที่สุดคือ..."ปั๊มน้ำมัน"
ปั๊มน้ำมันนอกจากจะมีหน้าที่จำหน่ายเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ติดกับตัวมันเองตลอดประดุจเด็กสาวกับเหาบนหัว ก็คือ ร้านสะดวกซื้อ
เมื่อใดรถจอดที่ปั๊มน้ำมัน พอเหยียดขาก้าวพ้นธรณีประตูรถ เขาจะรู้สึกหิวทันที ไม่รู้ว่าเป็นอิทธิพลมาจากสัญลักษณ์หน้าร้านหรือสัญญาณจากกระเพาะ ที่ทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนจนเขาหิวได้อย่างสะดวก:) อิ่มได้สะดวก:) และเสียตังค์ไ้ด้อย่างสะดวก อันหลังนี่ยิ้มไม่ค่อยออก
ภายในร้านสะดวกซื้อก็มีโปรโมชั่นอีกมากมายที่ทำให้ชั่งใจว่าจะกินอันไหนดี ต้องคำนึงครุ่นคิดกับเงินในกระเป๋าเพื่ออนาคตอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาหยิบแซนวิชหน้าตาจิ้มลิ้มอันหนึ่งไปให้พนักงานอบ พนักงานรับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเพิ่งถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง(อติพจน์) ระหว่างที่รอ เขาเดินไปดูนิทรรศการอาหารน้ำดื่มต่างๆภายในร้าน แล้วเลือกหยิบนมเปรี้ยวมาขวดหนึ่งมาที่เคาน์เตอร์ แซนวิชที่เขายื่นไปเมื่อสักครู่ยังอบไม่เสร็จ เขาแกล้งทำเป็นแคะหู นับเงินว่าพอหรือเปล่าแล้วก็ควักออกมาเพิ่ม แซนวิชเขาก็ยังไม่ออกมาจากเครื่องอบ เขายืนนิ่งๆทำสมาธิตาเหม่อมองไปที่ถุงยางอนามัยหน้าเคาน์เตอร์ (เขาไม่ได้คิดอะไรจริงๆ )
"แซนวิชอบร้อนได้แล้วค่ะ" เสียงนี้ฉุดกระชากเขาออกจากภวังค์แห่งความนิ่งงัน
เขายื่นมือไปรับด้วยสีหน้าราบเรียบ นิ่ง
"ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ" เธอยิ้มแย้มด้วยใบหน้าเดิม
"ไม่เป็นไรครับผม" รัฐยิ้มแฉ่ง
...รัฐ ปัญเจียงไม่ได้อิ่มท้อง เขาอิ่มใจ
II.
...รัฐ ปัญเจียงนึกถึงร้านสเต็กร้านหนึ่งที่เขาเคยไปกิน
...สเต็กชิ้นน้อยน่ารักในจานใหญ่ ซึ่งเมื่อจัดวางชิ้นสเต็ก วางผักข้างเคียงแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่ให้ปลูกบ้านสองชั้นกับโรงจอดรถได้อีกแบบสบายๆ
แต่ทำไมถึงอิ่ม?
ทางร้านอาจจะใช้วิธีทางจิตวิทยา รัฐเคยดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ว่าโทนสีมีผลต่อการรับประทานอาหาร โทนสีฟ้าจะทำให้อิ่มอาหารง่าย เร็ว และไม่ค่อยอยากอาหาร
เขาลองเอาภาพไข่แดงสุกมาทำเป็นสีฟ้าในโปรแกรมตัดแต่งภาพ ปรากฎว่ามันชวนคลื่นเหียนเอาเสียมากๆ ไม่ได้ชวนกินเลย ดั้งนั้นจะเห็นได้ว่าโทนสีฟ้าหรือโทนสีเย็นๆจะนำมาจะใช้กับร้านอาหารประเภทบุฟเฟต์ ลูกค้าจึงตักมาเยอะแต่ยัดลงกระเพาะไม่หมด
แต่ถ้าเป็นโทนสีแดงแรงร้อนจะทำให้รู้สึกหิวแบบสามารถเขมือบช้างได้ทั้งตัวภายในเวลา่หนึ่งนาที โทนสีร้อนแรงนี้มันจะใช้กับร้านอาหารที่สั่งเป็นรายการๆไป ลูกค้าบางรายสั่งอาหารจนที่วางไม่พอ เกือบจะต้องเอาอาหารไปวางไว้ที่พักเท้าแทน
สี...ทำให้เรามีความรู้สึก
เช่นเดียวกับคำพูด เราอาจจะแบ่งคำพูดออกไปเป็นสีต่างๆ
สีดำ แทนคำพูดถากถาง เหน็บแนม ประชดประชัน
สีขาว แทนคำพูดที่ให้กำลังใจ
สีชมพู แทนคำที่บอกรัก เชยชม หรือคำพูดของคนที่กำลังมีความรัก
สีเขียว แทนคำพูดที่ประสงค์จะพิทักษ์ป่า ต่อต้านการสร้างเขื่อน การตัดต้นไม้
สีฟ้าอมเทาคาดทองเหลือบม่วง แทนคำพูดที่หวังดีแต่ปองร้าย
III.
ครั้งหนึ่งเขาเคยเจอร้านที่หัวหน้าที่ด่าลูกน้องต่อหน้าลูกค้าด้วย ลูกน้องก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี แต่หันไปใส่อารมณ์กับแป้นพิมพ์ที่คีย์บอร์ดแทน ปังๆๆๆ ปุ่มแทบกระดอนออกมาจากแป้น
โครมมม...เขาหันไปทางขวา พนักงานชายคนหนึีงกำลังละเลิ่กละลักทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาเพิ่งเติมชาเย็นจนล้นจากตู้กด
"โอยย เหม่ออะไรนักหนา...ทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างสิ รีบหาผ้ามาเช็ดเดี๋ยวนี้"...หัวหน้าตะคอกเขา
พนักงานชายคนนั้นรีบเดินจ้ำเข้าไปในห้องเก็บของ อาจจะไปหาไม้ถูพื้น หรือไปแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนหัวหน้าตัวเองก็ไม่รู้
เหตุการณ์ฺนั้นอยู่ในระหว่างรัฐ ปัญเจียงกำลังรอคิดเงินค่าของ เขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไร จะยืนหัวเราะเยาะพนักงานหนุ่มคนนั้นก็ใช่ที่ จะจ้องตาหัวหน้าคนนั้นเป็นนัยว่าทำไมไม่บอกลูกน้องดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา รัฐจึงยืนนิ่งๆทำสมาธิ ตาเหม่อมองไปที่ถุงยางอนามัยหน้าเคาน์เตอร์ (เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ )...
รัฐ ปัญเจียงคิดได้ว่าเดี๋ยวก็มีลูกค้าคนอื่นๆ ฟ้องทางบริษัทใหญ่เองแหละ ปล่อยให้ร้านเขาเดินไปตามเวรตามกรรมเถอะ
.........
สินค้านี้บางร้านก็มีให้ซื้อ บางร้านก็ไม่มีให้ซื้อ
คำพูดหวานๆจริงใจผสานกับหน้าตายิ้มแย้มที่ไม่ต้องถึงกับขนาดนางงามจักรวาล ก็ทำให้ผู้ฟังเคลิ้มถึงกับเอามาเขียนบล็อกได้เลยล่ะครับ :)
รัฐ ปัญเจียง
2/ก.ย./55