วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ถ่ายทอดอุดมการณ์

            ถ่ายทอดอุดมการณ์


            จะถ่ายทอดท่วงนิยามแห่งความคิด                      จะถ่ายทอดสู่ชีวิตอีกร่างหนึ่ง
ให้ร่างนั้นเป็นไปตามใจพึง                                                ให้เข้าถึงแห่งคมอุดมการณ์
            จะโอบอุ้มห่อล้อมด้วยความรัก                           จะถ้อยถักทางไทใจประสาน
วรรณศิลป์จะคงเงาอย่างเนานาน                                    จะยืนยงต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
            จากต้นคิดต่อคานสู่การคิด                                   จากชีวิตหลากชะตาสู่หล้าแหล่ง
วะวับวาวขาวดำจะสำแดง                                               ไม่อาจแบ่งเส้นทางระหว่างชน
            คนย่อมคนแตกต่างทางความคิด                          ใช่ถูกผิดย่ำแย่ตั้งแต่ต้น
แต่ละร่างล้วนมีวิถีตน                                                         แต่ละคนย่อมอาศัยโลกใบเดียว
แต่หากว่ามีใจไม่แตกต่าง                                       การเดินทางแม้ไกลไม่โดดเดี่ยว
อุดมการณ์จะอุดมอย่างกลมเกลียว                                   เป็นส่วนเสี้ยวผสมอุดมการณ์

....แต่งเมื่อ จัดค่าย "เพื่อนพ้องน้องพี่ ดนตรี วรรณกรรม ศิลป์ ครั้งที่ ๒ " ณ โรงเรียนตะพานหิน วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔...

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รายการ โลกนักอ่านบ้านนักเขียน ช่วงเยาวชนบนถนนหนังสือ
ออกอากาศเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔
...............





...ผมกลับมานั่งดูตัวเองตอนนี้ก็ตลกๆอยู่เหมือนกัน 
ที่จริงแล้วมีอะไรจะพูดมากกว่านั้นอีก แต่นึกไม่ออก
(เค้าชอบบอกกันว่า มันติดอยู่ที่ลิ้น)

จุดประสงค์ที่แท้จริงก็แค่ ผมต้องการเชิญชวนมาร่วมเขียนอ่านด้วยกันครับ





วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อิจฉาพระจันทร์

            อิจฉาพระจันทร์

            คืนนี้ฟ้าห่มดาวบนราวสรวง                         กระจ่างดวงแพรวพราวราวสวรรค์
ฟ้ามืดใสไร้แสงแห่งตะวัน                                        ดาวดวงนั้น ดวงนี้จึงมีแรง
            พระจันทร์ลอยตรงกลางระหว่างเมฆ           ปลุกมนต์เสกเจิดจ้าออกมาแข่ง
กับดวงดาวพราวใสไม่เปลี่ยนแปลง                         ฉันจึงแต่งแต้มดวงจากห้วงจินต์
            สีจันทร์เหลืองเรืองรองผ่องอร่าม                 บังเกิดความชื่นใจไม่รู้สิ้น
ซอกิ่งไผ่...สีบรรเลงเพลงชีวิน                                  ประกอบศิลป์คู่คลออย่างพอดี
            สายเหมันต์ผันผ่านม่านดอกหญ้า                  ฝากสารมาจากแดนไกลแห่งไหนนี่
ผ่านพฤกษ์เขียว...ภูผาและวารี                                   ตอกวจี...รสจึงตรึงหัวใจ
            แหงนพักตร์มองจันทรา...บนฟ้ากว้าง           ลอยเคว้งคว้างไร้คู่ยังอยู่ได้
มิตรหมู่ดาวเคียงข้างไม่ห่างไกล                                และไม่ใช่เอิบอาบภาพลวงตา
            เป็นเช่นนี้...ทุกทีนะชีวิต                                ยังเพ้อคิดแอบฝันถึงวันหน้า
หากไร้คู่จนชีวิตหมดวิญญา                                       คงอิจฉาพระจันทร์นิรันดร
                         
                                                                                                              ธนบัตร   ใจอินทร์