วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

สินค้าที่ไม่ได้มีทุกร้าน


I.
 
การเดินทางทำให้เขาพบเจอกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดคิด 
 
การเดินทางทำให้เขาพบกับประสบการณ์ฺใหม่ๆ
 
การเดินทางทำให้เขาพบกับมิตรภาพใหม่ๆ
 
และ...การเดินทางทำให้เขาเสียตังค์กับร้านสะดวกซื้อ :)
 
 
ัฐ ปัญเจียงเป็นมนุษย์ที่ชีพจรลงเท้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็มีเรื่องให้เดินทางไกลอยู่เรื่อยๆ ขึ้นเหนือล่องใต้ ไปโน่นมานี่ไม่ได้ขาด การเดินทางของเขาอาศัยพาหนะอย่างเดียวก็คือรถยนต์ จะเป็นตู้ เก๋ง กระบะ ก็สุดแท้แล้วแต่โอกาสนั้น
 
  เมื่อเครื่องยนต์ติดก็ออกเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวที่เขาได้มีโอกาสแวะพักผ่อนหย่อนใจเยี่ยมชมบ่อยครั้งที่สุดคือ..."ปั๊มน้ำมัน"
 
  ปั๊มน้ำมันนอกจากจะมีหน้าที่จำหน่ายเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ติดกับตัวมันเองตลอดประดุจเด็กสาวกับเหาบนหัว ก็คือ ร้านสะดวกซื้อ
 
เมื่อใดรถจอดที่ปั๊มน้ำมัน พอเหยียดขาก้าวพ้นธรณีประตูรถ เขาจะรู้สึกหิวทันที ไม่รู้ว่าเป็นอิทธิพลมาจากสัญลักษณ์หน้าร้านหรือสัญญาณจากกระเพาะ ที่ทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนจนเขาหิวได้อย่างสะดวก:) อิ่มได้สะดวก:) และเสียตังค์ไ้ด้อย่างสะดวก อันหลังนี่ยิ้มไม่ค่อยออก 
 
  ภายในร้านสะดวกซื้อก็มีโปรโมชั่นอีกมากมายที่ทำให้ชั่งใจว่าจะกินอันไหนดี ต้องคำนึงครุ่นคิดกับเงินในกระเป๋าเพื่ออนาคตอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาหยิบแซนวิชหน้าตาจิ้มลิ้มอันหนึ่งไปให้พนักงานอบ พนักงานรับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเพิ่งถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง(อติพจน์) ระหว่างที่รอ เขาเดินไปดูนิทรรศการอาหารน้ำดื่มต่างๆภายในร้าน แล้วเลือกหยิบนมเปรี้ยวมาขวดหนึ่งมาที่เคาน์เตอร์ แซนวิชที่เขายื่นไปเมื่อสักครู่ยังอบไม่เสร็จ เขาแกล้งทำเป็นแคะหู นับเงินว่าพอหรือเปล่าแล้วก็ควักออกมาเพิ่ม แซนวิชเขาก็ยังไม่ออกมาจากเครื่องอบ เขายืนนิ่งๆทำสมาธิตาเหม่อมองไปที่ถุงยางอนามัยหน้าเคาน์เตอร์ (เขาไม่ได้คิดอะไรจริงๆ )
 
  "แซนวิชอบร้อนได้แล้วค่ะ" เสียงนี้ฉุดกระชากเขาออกจากภวังค์แห่งความนิ่งงัน
 
เขายื่นมือไปรับด้วยสีหน้าราบเรียบ นิ่ง 
 
"ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ" เธอยิ้มแย้มด้วยใบหน้าเดิม
 
"ไม่เป็นไรครับผม" รัฐยิ้มแฉ่ง
 
...รัฐ ปัญเจียงไม่ได้อิ่มท้อง เขาอิ่มใจ
 
 
II.
 
...รัฐ ปัญเจียงนึกถึงร้านสเต็กร้านหนึ่งที่เขาเคยไปกิน
 
...สเต็กชิ้นน้อยน่ารักในจานใหญ่ ซึ่งเมื่อจัดวางชิ้นสเต็ก วางผักข้างเคียงแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่ให้ปลูกบ้านสองชั้นกับโรงจอดรถได้อีกแบบสบายๆ
 
  แต่ทำไมถึงอิ่ม?
 
ทางร้านอาจจะใช้วิธีทางจิตวิทยา รัฐเคยดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ว่าโทนสีมีผลต่อการรับประทานอาหาร โทนสีฟ้าจะทำให้อิ่มอาหารง่าย เร็ว และไม่ค่อยอยากอาหาร
 
เขาลองเอาภาพไข่แดงสุกมาทำเป็นสีฟ้าในโปรแกรมตัดแต่งภาพ ปรากฎว่ามันชวนคลื่นเหียนเอาเสียมากๆ ไม่ได้ชวนกินเลย ดั้งนั้นจะเห็นได้ว่าโทนสีฟ้าหรือโทนสีเย็นๆจะนำมาจะใช้กับร้านอาหารประเภทบุฟเฟต์ ลูกค้าจึงตักมาเยอะแต่ยัดลงกระเพาะไม่หมด  
 
แต่ถ้าเป็นโทนสีแดงแรงร้อนจะทำให้รู้สึกหิวแบบสามารถเขมือบช้างได้ทั้งตัวภายในเวลา่หนึ่งนาที โทนสีร้อนแรงนี้มันจะใช้กับร้านอาหารที่สั่งเป็นรายการๆไป ลูกค้าบางรายสั่งอาหารจนที่วางไม่พอ เกือบจะต้องเอาอาหารไปวางไว้ที่พักเท้าแทน  
 
 สี...ทำให้เรามีความรู้สึก
 
เช่นเดียวกับคำพูด เราอาจจะแบ่งคำพูดออกไปเป็นสีต่างๆ
 
สีดำ              แทนคำพูดถากถาง เหน็บแนม ประชดประชัน
สีขาว            แทนคำพูดที่ให้กำลังใจ
สีชมพู           แทนคำที่บอกรัก เชยชม หรือคำพูดของคนที่กำลังมีความรัก
สีเขียว           แทนคำพูดที่ประสงค์จะพิทักษ์ป่า ต่อต้านการสร้างเขื่อน การตัดต้นไม้
สีฟ้าอมเทาคาดทองเหลือบม่วง  แทนคำพูดที่หวังดีแต่ปองร้าย
 
 
III.

  ครั้งหนึ่งเขาเคยเจอร้านที่หัวหน้าที่ด่าลูกน้องต่อหน้าลูกค้าด้วย ลูกน้องก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี แต่หันไปใส่อารมณ์กับแป้นพิมพ์ที่คีย์บอร์ดแทน ปังๆๆๆ ปุ่มแทบกระดอนออกมาจากแป้น
 
โครมมม...เขาหันไปทางขวา พนักงานชายคนหนึีงกำลังละเลิ่กละลักทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาเพิ่งเติมชาเย็นจนล้นจากตู้กด
 
"โอยย เหม่ออะไรนักหนา...ทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างสิ รีบหาผ้ามาเช็ดเดี๋ยวนี้"...หัวหน้าตะคอกเขา
 
พนักงานชายคนนั้นรีบเดินจ้ำเข้าไปในห้องเก็บของ อาจจะไปหาไม้ถูพื้น หรือไปแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนหัวหน้าตัวเองก็ไม่รู้
 
เหตุการณ์ฺนั้นอยู่ในระหว่างรัฐ ปัญเจียงกำลังรอคิดเงินค่าของ เขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไร จะยืนหัวเราะเยาะพนักงานหนุ่มคนนั้นก็ใช่ที่ จะจ้องตาหัวหน้าคนนั้นเป็นนัยว่าทำไมไม่บอกลูกน้องดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา รัฐจึงยืนนิ่งๆทำสมาธิ ตาเหม่อมองไปที่ถุงยางอนามัยหน้าเคาน์เตอร์ (เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ )...
 
ัฐ ปัญเจียงคิดได้ว่าเดี๋ยวก็มีลูกค้าคนอื่นๆ ฟ้องทางบริษัทใหญ่เองแหละ ปล่อยให้ร้านเขาเดินไปตามเวรตามกรรมเถอะ
 
.........

สินค้านี้บางร้านก็มีให้ซื้อ บางร้านก็ไม่มีให้ซื้อ
 
คำพูดหวานๆจริงใจผสานกับหน้าตายิ้มแย้มที่ไม่ต้องถึงกับขนาดนางงามจักรวาล ก็ทำให้ผู้ฟังเคลิ้มถึงกับเอามาเขียนบล็อกได้เลยล่ะครับ :) 
 
 
 
รัฐ  ปัญเจียง
2/ก.ย./55

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ละครเรื่องเดิม

  • ละครเรื่องเดิม •

 - ๑ -
                       ๏ มาพวกเรา...มาดูละคร                        หยิบเอาตอนเก่าเก่ามาเล่าใหม่
                  ตัวละครสลับปรับเปลี่ยนไป                         เขาเป็นใครย่อมรู้มาดูกัน
                       ๏ กางเชือกตึงขึงสายป้ายประกาศ          พจน์พิลาศอ่านศัพท์กระชับสั้น
                 “ผมคนดีเก่งเป็นเอกอเนกอนันต์”                  สิทธิ์ของท่านโปรดเลือกเราเข้าสภา
                       ๏ ดอกดาวเรืองเหลืองรวงเป็นพวงต่อ      คล้องที่คอล้นมิดแทบปิดหน้า
                 แจกใบปลิวนโยบายจุดขายมา                      “พัฒนาบ้านทุ่งให้รุ่งเรือง”
                       ๏ บอกเด็กเด็กต้องรู้ลึกการศึกษา             ปริญญาใบนั้นใช่ฝันเฟื่อง
                 เศรษฐกิจหอบหืดที่ฝืดเคือง                          จะกระเตื้องทันทีถ้ามีเรา
                       ๏ นี่ค่าหมึกปากกา เอ้า...ห้าร้อย               ไว้ใช้สอยซื้อข้าว,ปลามาสู่เหย้า
                 ขนหน้าแข้งฉันยังรกดกเป็นเงา                       ถือว่าเอามาแทนคำแทนน้ำใจ
                                                                              
                                                                                - ๒ -
                       ๏ ไชโย! ไชโยเสียงโห่ดัง                      ผลเลือกตั้งประกาศสะอาดใส
                คู่แข่งนองน้ำตาล้วนปราชัย                             เริ่มวันใหม่คือวันแห่งตำแหน่งยาว
                                                                                - ๓ -
                      ๏ นาเราเหลืองเต็มที่แล้วพี่น้อง                 มาร่วมร้องกำเคียวเพลงเกี่ยวข้าว
               แต่ละเม็ดทาบพวงทุ่งรวงพราว                         ถึงหน้าหนาวเงินต่อบ้านคงพอมี
                      ๏ ข่าวแว่วแว่วน้ำเหนือจะไหลบ่า               คงเกี่ยวข้าวไม่หมดนาน้ำตาปรี่
               เราจะไปหาท่านรัฐมนตรี                                  ท่านผู้นำคนนี้อาจมีทาง
                      ๏  ท่านผู้นำนั่งทำงานอยู่ในตึก                 จนดื่นดึกท่านเลยไม่เคยว่าง
               เรื่องที่ยื่นแรมเดือนเริ่มเลือนราง                      จึงปล่อยวางกลับบ้านไปปลอบใจตน

                                                                                - ๔ -
                      ๏ ท่านผู้นำเราเลือกมาเป็นผู้แทน                 แม้หมื่นแสนเงินเดือนรัฐไม่ขัดสน
              ท่านผู้นำต้องรับใช้ประชาชน                               ใช่อยู่บนเก้าอี้นั่งชี้นิ้ว!  


ธนบินทร์  ใจอัตร



วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

ถ้าแม่ได้พูด


"ถ้าแม่ได้พูด..."


...กินเลยลูกมื้อนี้มื้อสุดท้าย
กินให้อิ่มหลับสบายคลายโศกเศร้า
เมื่อท้องว่างแรงซึมก็ทึมเทา
เมื่อปากเราได้ทานก็บานใจ

...เลือดแม่...ไหลทาจนทั่วพื้น
อย่าสะอื้นพึมพำมัวร่ำไห้
เจ้าจงหนีให้ห่างเดินทางไป
ออกให้ไกลจากแคว้นแดนทมิฬ

...อย่าโกรธเขาเลยลูกเอ๋ย
แม่คงเคยได้ทำกรรมทั้งสิ้น
น้ำนม,น้ำตา,น้ำเลือดริน
แต่ไม่อาจกลบกลิ่นความเกลียดชัง

...แม่ทำหน้าที่แม่ได้แค่นี้
อาจไม่ดีอาจไม่ถูกตามลูกหวัง
เสี้ยวนาทีองอาจยอมพลาดพลั้ง
เพื่อลูกยังมีสายลมหายใจ

: รัฐ  ปัญเจียง


วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

แผนกจิตเวช



เวลา 6.00 น. ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใจกลางกรุง

“อ้าว...คุณหมอนิมิต สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับดรุณี”
“ทำไมวันนี้มาทำงานแต่เช้าเลยล่ะคะ”
“ตามแผนงานแล้ว วันนี้เป็นวันทดสอบผู้ป่วยที่บกพร่องทางจิต  ถ้ามีผู้ป่วยคนไหนที่หายเป็นปกติแล้วจะได้ติดต่อญาติให้มารับกลับบ้านได้เลย ผมถึงต้องมาเตรียมตัวแต่เช้าครับ”
“กาแฟหน่อยมั้ยคะ?  ดูคุณหมอง่วงๆ”  พยาบาลสาวถามด้วยความเป็นห่วง
“โอเคจ่ะ...ขอกาแฟ 1 น้ำตาล 1 ครีม 4  เอ่อ...รบกวนคุณช่วยหยดด่างทับทิมลงไปในกาแฟให้ผมด้วยนะ พอดีว่าตอนนี้ผมเป็นแผลในปาก” คุณหมอหนุ่มพูดพร้อมทำท่าเจ็บปาก
“ได้ค่ะ”
“จะรับกาแฟพันธุ์อะราบิก้า โรบัสต้า หรือไรเบริกาดีคะ”
“เอ่อ...ขออะราบิก้าครับ”
“น้ำตาลนี่จะเป็นน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลปีบ”
“ขอน้ำตาลทรายแดงครับ...ว่าแต่คุณเคยเอาน้ำตาลปีบมาชงกาแฟด้วยเหรอ”
“ดิฉันล้อเล่นค่ะหมอ”
“โอ้...แล้วไป ผมก็นึกว่าคุณพูดจริง”
“คุณหมอ...ตอนนี้ครีมผงสำหรับชงกาแฟของโรงพยาบาลเรามีทั้งที่ทำมาจากนมวัวพันธุ์ออสเตรเลี่ยน อิลลาวารา ชอร์ท ฮอร์น แล้วก็นมโคขุนโพนยางคำของไทยเราไม่ทราบว่าคุณหมอจะรับอะไรดีคะ”
“ผมเป็นพวกชาตินิยม...ขอของไทยดีกว่าครับ”
“คุณหมอค่ะ...น้ำชงกาแฟนี่ต้องร้อนกี่องศา”
“เอาอุ่นๆก็พอครับ เดี๋ยวลวกปาก”
“แก้วกาแฟของเรามีทั้งแบบเบญจรงค์เคลือบทองลายกินรีเล่นน้ำสงกรานต์ แล้วก็แก้วคริสตัลชวาลอฟกี้153เหลี่ยม เป็นแบบไหนดีคะ?...”
“ขอเป็นแบบที่ใส่แล้วไม่รั่วก็พอครับ...” หมอหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าตังเองเริ่มหายง่วง
“คุณหมอชอบช้อนแบบไหนคะ...ของเรามีทั้งแบบเงินแท้ ทองแดงแล้วก็โครเมียมผสมนิกเกิลเคลือบทังสเตน”
“ผมชอบแบบที่ตักแล้วไม่หก ช้อนสังกะสีก็ได้ครับ”
“จานรองแก้วเรามีแบบ…”
“ไม่ต้องแล้วครับ กาแฟไม่ต้องแล้ว ขอบคุณคุณดรุณีมากเลย ผมหายง่วงแล้วครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้ว” พยาบาลสาวนามดรุณีฉีกยิ้มแทบจะถึงหู

ณ ห้องทำงานของนายแพทย์นิมิต เตชิตสกุล เขารับผิดชอบอยู่ที่แผนกจิตเวชดูแลผู้ป่วยที่บกพร่องทางจิตของโรงพยาบาลทั้งหมด คนไข้ของเขามีตั้งแต่หวาดกลัวถั่วงอกจนถึงขั้นกลัวเครื่องบินจะมาชน ...เขากำลังนั่งเช็ครายชื่อคนไข้ รวมไปถึงอาการของแต่ละคน...เป็นเวลา 3 เดือนแล้วที่คนไข้เหล่านี้ได้รับการฟื้นฟู ตอนนี้ถึงเวลาเสียทีที่เขาจะต้องทำการทดสอบ
“ฮัลโหล...ดรุณีใช่มั้ยครับ”
“ใช่ค่ะ...คุณหมอมีอะไรคะ”
“ผมรบกวนคุณ ช่วยพาคนไข้ทั้งหมดไปที่สระว่ายน้ำบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลหน่อยได้รึเปล่าครับ”
“ได้ค่ะๆ”

เวลา 08.00 น. ณ สระว่ายน้ำบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลใจกลางกรุง
“คนไข้มากันครบใช่มั้ยครับ?”
“ครบแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมขอพูดคุยกับพวกเขาหน่อยนะ”
คนไข้ส่งเสียงบางคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อได้พบหน้าคุณหมอนิมิต บ้างก็ยิ้ม บ้างก็เหม่อลอยหงอยเหงา บ้างก็นั่งสมาธิ รำไท้เก๊ก เต้นบีบอย สุดแต่ละคนจะปรารถนา

“เอาล่ะครับทุกคน...วันนี้ผมจะพามาผ่อนคลายด้วยการมาว่ายน้ำ เชิญตามสบายเลยครับ ไม่ต้องเสียตังค์ เล่นสนุกกันให้เต็มที่นะครับ”
พอสิ้นเสียงคุณหมอคนไข้ต่างพากันกระโดดลงสระน้ำ ส่งเสียงเฮฮาสนุกสนาน
ดังลั่นดาดฟ้า
“แต่คุณหมอค่ะ...ในสระนี้ไม่มีน้ำนี่ค่ะ” ดรุณีสงสัย
“ครับ...ผมสูบออกเอง”
“แล้วคุณหมอจะทดสอบยังไง”
“ง่ายมาก...ใครที่กระโดดลงไปในสระแล้วทำท่าว่ายน้ำแสดงว่าคนนั้นยังไม่หายดี ยังต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไปอีก ส่วนใครที่นั่งอยู่ที่ขอบสระไม่ยอมไปไปว่ายน้ำกับเพื่อนๆ แสดงว่าเขารู้แล้วที่ผมหลอกพวกเขา”
“นั่นไง...เห็นมั้ย คนนั้นล่ะหายแล้ว”
หมอนิมิตชี้ไปที่คนไข้รายหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ริมขอบสระเอามือเท้าคางราวกับเบื่ออะไรสักอย่าง…หมอวัยหนุ่มและพยาบาลดีใจที่การรักษาที่ผ่านมา 3 เดือนประสบความสำเร็จ ต่างพากันรีบวิ่งเข้าไปหา
“ทำไมคุณไม่ลงไปว่ายน้ำล่ะครับ” หมอนิมิตถามพร้อมยิ้มเล็กๆ
“...ผมว่ายน้ำไม่เป็น...!!”

ตึ้งงง...!! คุณหมอล้มไปกองกับพื้น




วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

ยำวรรณคดี


        
   ยำวรรณคดี


ทศกัณฐ์...กินเป็ปซี่...ขี่ขุนช้าง
นั่นสุครีพ...เล่นเปิงมาง...ข้างโจโฉ             
สินสมุทร...ชวนจูมง...ชงไมโล                
พันธุรัตน์...แต่งโป้...โชว์ขี้ไคล

นั่นเล่าปี่...ชวนสีดา...ขี่ม้าเที่ยว
นางสีดา...หนังเหี่ยว...เหี่ยวไม่ไหว
รจนา...เสี่ยงดวง...พวงมาลัย
พ่อปลื้มได้...โฮจุน...ขุนนางเค็ม

ชาละวัน...ฟันไกรทอง...เลือดนองพื้น
พาลีลื่น...หัวกระแทก...แตกสิบเข็ม
องคตแค้น...แทนพ่อ...จ่อปืนเอ็ม
เลือดพุ่งเต็ม...ไอ้เข้ดิ้น...สิ้นชีวี

ตะเภาแก้ว...ตะเภาทอง...ท่องตลาด
ไม่อยากพลาด...กางเกงใน...ไร้ภาษี
มีซิปรูด...หน้าหลัง...เก็บตังค์ดี
ยากจะมี...ใช้กับผัว...ยั่วอารมณ์

พระอภัย...แดกกาแฟ...กับแม่นาค
ส่วนพ่อมาก...แดกชา....บ่นว่าขม
เรียกอิเหนา...มาบ้าง...นั่งแดกนม
ส่วนตัวผม...สุดแปลก...นั่งแดกตีน

พระปิ่นทอง...คลายร้อน...นอนเล่นว่าว
ดูชีเปลือย...หลอกสาว...เฝ้าผิดศีล
เงาะป่าเศร้า...แม่งล่อ...ฟลอมาลีน
คาวีปีน...หน้าต่าง...หานางมาร

ส่วนขุนแผน...เจ้าเก่า...เป่าคาถา
รามสูร...เห็นหน้า...ก็ปาขวาน
นางละเวง...ได้เสีย...เมียทาร์ซาน
หนุมาน...ตำครกลั่น...สนั่นเมือง

เปาบุ้นจิ้น...เข้าผับ...มารับจ๊อบ
ผู้ก่อม็อบ...เมขลา...โผกผ้าเหลือง
สุดสาคร...หิวจัด...ซัดแหนมเนือง
จั่นเจาเคือง...แย่งเค้ากิน...เตะสิ้นใจ

นางมณโฑ...ทำราดหน้า...ใส่ยาคูลท์
จังกึมดู...งุนงง...ช่างสงสัย
เลยลองทำ...ผัดฉ่า...หน้าซันไล
จนพระราม...ติดใจ...ในฝีมือ

นั่นโงกุน...ขี่เมฆทอง...ล่องสวนผัก
แฮร์รี่รัก...เมามัว...ผัวกระสือ
หลวิชัย...เล่นบทกาม...นามระบือ
บุษบา...ร้องอื้อหือ...นี่หรือคน

ดูซุนกวน...ตบยุง...หุงใส่ข้าว
หงอคงหนาว...นอนกับหมา...หน้าถนน
ส่วนนาจา...ขายหอย...คอยเลี้ยงตน
พิเภกบ่น...หอยเน่า...เศร้าใจจริง

ฝ่ายพระลักษม์...ซักผ้า...อยู่หน้าบ้าน
นนทกสาน...ตะกร้า...มาใส่ขิง
ศรีสุวรรณ...เย็บละเลง...กางเกงลิง
                                พระลอ กลิ้ง...เป็นบ้า...ขำการ์ตูน      



...............................................
                                           ธนบินทร์   ใจอัตร
                                              ชาตรู   ตราชี