วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การเดินทางบนสะพานชีวิต



การเดินทางบนสะพานชีวิต


                “ชีวิตก็เหมือนขึ้นสะพาน เมื่อถึงกลางสะพานก็เป็นการเดินลง” คำพูดนี้เป็นของปู่เย็น แก้วมะณี เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำสมุทรสงคราม ที่เคยพูดไว้เมื่ออายุเกือบ 100 ปี
             ผมเคยเจอปู่ครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 7 ขวบ ในโฆษณาทางโทรทัศน์ตอนนั้นผมโตพอที่จะรู้และคิดแล้ว ผมเจอปู่ฝ่ายเดียว และผมเป็นปู่อีกหลายๆครั้งต่อมาผ่านสื่อโทรทัศน์รายการต่างๆ  แต่รายการที่ผมคิดว่าเจาะลึกชีวิตของปู่แบบถึงแก่นถึงกระดูกจริงๆคือรายการคนค้นฅน ผมได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตและความคิดอันสมถะ ปู่เลือกที่จะอยู่กับเรือลำน้อยที่ลอยอยู่บนลำน้ำโดดไม่ต้องเดือดร้อนใคร ปู่เลือกที่จะอยู่แบบนี้เพราะแกมีความสุข ผมไม่ได้ให้ทุกคนมาอยู่บนเรือ แต่อยากให้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองมีความสุขนั่นแหละดี แต่มันต้องเป็นความสุขที่แท้จริงไม่ใช่ความสุขที่มาแบบฉาบฉวยหรือความสุขปลอมๆ
            ตอนนี้ผมอายุ 18 ปีแล้ว ชีวิตผมอาจเดินมาถึงกลางสะพานแล้วก็เป็นได้ ใครจะล่วงรู้ หมอดูที่ไหนผมก็ไม่เชื่อ ถ้าผมเดินมาถึงกลางสะพานจริงๆ นี่หมายความว่าผมกำลังเริ่มเดินลงสะพานแล้ว และแปลได้อีกว่าตอนนี้ผมคิดว่าผมมาตัวเปล่า ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย คำพูดของปู่เย็นเป็นเหมือนสปริงดันความคิดและตัวของผมให้กลับขึ้นยืนมาอีกครั้ง
            ผมเพิ่งกลับจากค่ายยังไรท์เตอร์3 ค่ายนี้เป็นค่ายนักเขียนเรื่องสั้น ผมห่างหายจากการเขียนไปพอสมควรอาจจะรู้สึกอิ่มตัว รู้สึกเบื่อหรือคลังคำในสมองอาจจะไม่พอก็ไม่รู้ แต่ค่ายนี้ทำให้หัวใจของผมที่ฝ่อแฟ่บกลับมาบวมเป่งเต่งตึงขึ้นอีกครั้ง ผมรู้แล้วงานเขียนนี่แหละผมรักมันที่สุด การที่เราห่างมันไปบางครั้งทำให้รู้ว่ามันมีความสำคัญมากเพียงใด และยิ่งมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆผู้ร่วมอุดมคติเดียวกัน(ไม่ใช่อุดมการณ์) เติมไฟฝันให้กันเรื่อยๆทำให้หลังจากกลับค่าย ไฟรักงานเขียนในหัวใจของผมจึงยังไม่มอดดับ นี่แหละเป็นสิ่งที่ผมโหยหา
            ผมกำหนดระยะทางของสะพานชีวิตไม่ได้ แต่ผมสามารถกำหนดการเดินทางบนสะพานได้ ทางอาจชันมากชันน้อย อาจมีเสี้ยนไม้หรือตะปูคอยทิ่มแทง ก็ให้คอยระมัดระวังหน่อย วางแผนให้ดีๆดูทางก่อนแล้วค่อยๆเดิน บางคนสะพานชีวิตยาวถึงร้อยปี บางคนห้าสิบปี บางคนสั้นกว่านั้น หรือบางคนสั้นขนาดที่ว่ายังไม่มีโอกาสได้ใช้ออกซิเจนหายใจสักครั้ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าสะพานชีวิตของตัวเองสั้นยาวขนาดไหน และอาจไม่มีใครรู้เลยว่า...พรุ่งนี้เราได้เดินมาถึงตีนสะพานแล้ว !

ธนบินทร์  ใจอัตร





            

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น